Skip to main content

เมื่อหลายปีก่อนป้าชูได้มีโอกาสถ่ายองค์ดัชเชสและองค์ดยุคแห่งเคมบริดจ์หรือที่พวกเราชาวไทยกันคุ้นปากว่าองค์หญิงเคทและองค์ชายวิลเลี่ยมแห่งอังกฤษ ในวโรกาสที่เยือนประเทศ bhutan อย่างเป็นทางการ

ใครจะไปรู้ว่าครั้งนี้ต้องเตรียมตัวนานกว่าครึ่งปี มีการจองตัวป้าชูอย่างยาวนานถึงครึ่งปีว่าจะมีงานใหญ่ระดับโลกที่ bhutan ในเดือนเมษายน 2559 ขอให้ป้าชูงดรับงานอื่นๆ ให้จัดคิวว่างตลอดทั้งเดือนเอาไว้

เพราะ จะมีการออกวีซ่าให้ล่วงหน้าภายใน 48 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า วีซ่าออกปุ๊บเดินทางปั๊บ

ถามกี่รอบว่างานอะไร ถ่ายใคร ทางนั้นก็ตอบไม่ได้บอกว่าเป็นความลับระหว่างประเทศ อยากรู้ให้ไปหาข่าวเอาเอง

รู้แต่ว่าถ้าไม่มาถ่ายก็คงไม่มีโอกาสมาที่นี่ได้อีก เพราะงานนี้ต้องถ่ายองค์กษัตรย์ด้วยตามเคยและต้องใช้ภาพให้ประเทศ bhutan อีกแล้ว

ตอนแรกก็กะว่าจะปฏิเสธคืออยากรู้ก่อนไง แต่คราวนี้กลับปิดเป็นความลับชนิดที่เรียกว่างกมากๆ ครับพี่น้อง สุดท้ายเราก็รับปากทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจ ผ่านไปหลายเดือนจนเกือบลืม ประมาณหลังงานวันเด็กของไทย ทางโน้นติดต่อมาว่าให้เตรียมฟิตร่างกายไว้ได้เลย เพราะคราวนี้ต้องทำงานแข่งกับช่างภาพระดับโลกกว่า 50 ชีวิต จากสื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่จะเดินทางมาพร้อมกับคณะบุคคลสำคัญ เพื่อมาทำข่าวที่นี่

อ้าวแล้วไหนบอกว่างานลับไง เค้าก็บอกมาว่ามันลับเพราะ ป้าชูได้เป็นตัวแทนของประเทศ bhutan ที่ได้ร่วมคณะเพื่อบันทึกภาพนิ่งอย่างเป็นทางการเพียงคนเดียว

เราก็ถามว่าอ้าวแล้วช่างภาพราชสำนักถ่ายได้มั้ยเค้าบอกว่าถ่ายได้เมื่อเชื้อพระวงศ์อยู่ด้วยเท่านั้น เมื่อไหร่ที่ไม่มีเชื้อพระวงศ์อยู่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่บันทึกภาพ

มีป้าชูเพียงคนเดียวที่จะได้รับสิทธิ์นั้น อ้าวทีนี้กดดันหนักสิครับพี่น้อง

อยู่ๆ โยนหินก้อนเบ้อเร่อมาให้ซะแล้ว เค้าสั่งมา เราก็ฟิตร่างกายไป

เดือนต่อมา ก็เริ่มให้เราส่งประวัติการทำงานตลอดจนคลิปรายการที่มีอยู่ทั้งหมดส่งให้เค้าดู เราก็บอกว่า ยูก็มีอยู่แล้วจะเอาไปทำไม

เค้าบอกมาว่า ทาง bhutan ไม่ได้ต้องการแต่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญของประเทศนั้นขอตรวจสอบต้นสังกัดในการทำงานรวมถึงผลงานว่ามีฝีมือเพียงพอมั้ย

โห ทีนี้ของขึ้นสิครับ  รออะไรล่ะครับพี่น้องป้าชูงี้รีบส่งสารพัดลิงค์ให้ดูเลย

อีกสัปดาห์กว่าๆ ทาง bhutan แจ้งมาว่าเค้าบอกว่าผลงานยังไม่ผ่านมากนัก ขอภาพเด็ดกว่านี้ที่มีในเวบไซต์กระจอกไป คือ ป้าชู ไม่ค่อยได้อัพภาพงานสำคัญๆ ลงเวบ ตามนิสัยแหละ มันก็จริงของเค้านะ คือ พอไปดูเอง เอามันไม่มีอะไรเด็ดๆ เลย

อีกสัปดาห์กว่าๆ ทาง bhutan ก็ตามบอกว่าทางโน้นขอดูงานที่เก็บไว้และไม่ยอมลงเวบไซต์เค้าเชื่อว่ามีอีกเยอะขอดูด้วย

เค้าซีเรียส ทีนี้เราจับอารมณ์ได้ว่าเค้าเอาจริงอยากเห็นงานจริงๆ

เลยตัดสินใจส่งภาพงานที่ไม่ได้ลงในเวบไซต์ซึ่งเยอะมากๆ คือกะเอาไว้ลงหนังสือกับทำนิทรรศการเท่านั้น

ภายในวันนั้นแค่ไม่กี่ชั่วโมงทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยประเทศนั้นตอบรับมาว่าอนุญาตให้ป้าชูเข้าร่วมทีมบันทึกอย่างเป็นทางการได้แล้ว

โหแสดงว่าไอ้ภาพที่เก็บไว้เข้าตากรรมการเต็มๆ พี่น้องครับ

ดังนั้นแต่ละภาพที่ท่านๆ เห็นในเวบไซต์ป้าชูต่างชาติเค้ามองว่ากระจอกมากแต่ภาพที่แอบเก็บไว้ลงหนังสือมันเด็ดจริง ดังนั้น ท่านๆ สบายใจได้ว่าแต่ละภาพที่จะได้เห็นต่อจากนี้ไป เป็นภาพที่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกเค้าการันตีว่าเจ๋งพอแน่ๆ ครับ

 แต่ๆ เรื่องมันไม่จบง่ายๆ หนังชีวิตช่างยาวนานนัก จะวุ่นวายอะไรนักหนากะอีแค่ไปถ่ายภาพ คือ เมื่อถึงเดือนเมษา หนุ่มบ้านนานั่งฝัน คอยคนรัก เอิ่มนั่นมันเพลงลูกทุ่งของไทย ขออภัยครับ แต่พอถึงเดือนเมษา ป้าชูก็ยังไม่ได้คำตอบว่าจะให้ไปเมื่อไหร่

คำตอบที่ได้คือ ไม่รู้ เราก็ถามต่อว่า แล้วจะได้ไปถ่ายมั้ย เค้าบอกว่าได้แน่ๆ

เราก็ถามว่าถ่ายใคร เค้าบอกว่าเป็นความลับบอกไม่ได้ เถียงกันผ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษซึ่งป้าชูชำนาญมากๆ มั้ง กว่าจะเถียงกันรู้เรื่องก็คิดคำศัพท์กันหัวแทบแตก บางทีต้องโทรไปถามรุ่นน้องที่เก่งอังกฤษว่าจะถามประโยคแบบนี้ใจความแบบนี้พิมพ์ยังไง

อย่าถามว่าคืนอาจารย์ไปหมดรึยัง ถามว่าอาจารย์ยัดความรู้มาให้น่ะ รับมาได้มั่งรึปล่าวจะดีกว่า

รู้งี้ขยันเรียนตั้งแต่สมัยอยู่ธรรมศาสตร์มั่งก็ดี  หนีเรียนประจำ

ตอนนี้กว่าจะพิมพ์โต้ตอบได้ก็ปางตาย สรุปคุยตามกันไปตามกันมา ว่าจะได้กำหนดการเดินทางก็ก่อนเดินทางแค่สองวัน 

แต่ปัญหาก็ตามมาอีกอย่างไม่หยุดยั้งคือ วีซ่าถูกระงับมั้ยไม่ถูกระงับ

แต่ ใบอนุญาตที่ให้เข้าปฏิบัติงานถ่ายภาพถูกปฏิเสธ เท่ากับว่าได้วีซ่าเข้า bhutan แต่ไม่มีสิทธิ์ถ่ายรูป เรื่องใหญ่สิครับ เกิดไรขึ้น 

พรุ่งนี้มาอ่านกันต่อว่า กว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าถ่ายงานอย่างเป็นทางการต้องอุปสรรคอะไรอีกบ้าง

ชมวีดีโอบรรยากาศงานกันไปก่อนนะครับพี่น้อง