คิดต่าง อย่างป้าชู ตอน 115

 

พื้นฐานเรื่องความเข้าใจในการวัดแสง เด็กรุ่นหลังๆ ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้มันฉลาดมากๆ ซะจน เราไม่ต้องไปใส่ใจมัน เราก็สามารถวัดแสงโดยใช้มันสมองจากกล้องก็ได้ภาพสวยแล้ว 

 

ไม่ต่างอะไรกับทุกวันนี้  คน จะเข้าครัวทำแกงเขียวหวานซักถ้วย ก็แค่ เตรียมวัตถุดิบ และเท ผงแกงเขียวหวานสำเร็จรูปจากซอง แค่นี้ก็ได้อาหารอร่อยได้ทันที มันง่ายมาก ไม่ต้องมายุ่งยากโขลกน้ำพริกเอาเอง 

 

แต่ก็เป็นรู้กันว่าหากสามารถโขลกพริกแกงเองได้มันอร่อยกว่า หอมกว่า รสชาติจัดจ้านกว่าแน่นอน 

 

ใช่แล้วครับการวัดแสงด้วย ระบบอัตโนมือ หรือ แมนนวล มันวุ่นวายยุ่งยาก ทำให้อะไรต่อมิอะไรมันล่าช้าขึ้นเยอะแม้มันจะทำให้ภาพดูมีมิติ ไล่เฉดแสงและสีได้ย่อมเยี่ยม 

 

แต่นั่นก็ไม่สามารถจูงใจให้ช่างภาพ เจนเนอเรชั่นนี้กลับมาสนใจ ฝึกพื้นฐานอย่างจริงจังได้เลย ผลก็คือ ช่างภาพในเจนเนอเรชั่นนี้ ถ่ายภาพ เหมือนกันทั้งวงการทั่วโลก เพราะผ่านการวิเคราะห์ด้วยซอฟแวร์ในกล้องที่อำนวยความความสะดวกให้เราสบาย จนเราขี้เกียจจะไปลำบาก เซตอัพการถ่ายภาพด้วยตัวเอง แต่กลับยอมหลังขดหลังแข็งปรับแต่งภาพในคอมพ์ให้งดงามขึ้นมาแทน เชื่อมั้ย แต่งภาพยังไง แต่งมามันก็คล้ายกันไปหมดเหมือนเดิม เพราะ พอคนแรกทำออกมา แป๊บเดียวก็มีคนเลียนแบบแล้วก็เลียนแบบกันจนเกร่อ 

 

บอกแล้ว เมื่อสบายแล้วจะขี้เกียจลำบาก 

 

หากยอมลำบากฝึกฝนพื้นฐานอย่างจริงจัง วันนึง มันจะแสดงให้เราเห็นเองว่า ความเก่งของเรามันจะมาในทางไหนกันแน่ แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง รูปแบบการถ่ายภาพ ที่เรียกว่าสไตล์ของเรามันจะบังเกิดขึ้นเอง 

 

เชื่อเถอะ ใครในโลกก็โคลนนิ่งเราไม่ได้ อย่างมากก็แค่คล้าย 

 

ภาพถ่ายคือ งานศิลปะ ทำไมต้องเหมือนใคร ถามจริงๆ เถอะ ไม่อยากภาคภูมิใจ ว่าเรามีรูปแบบการถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใครบ้างเหรอ หากต้องการไปถึงจุดนั้นจริง ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาฝึกพื้นฐานการถ่ายภาพกันจริงๆ จังๆ อย่างมืออาชีพกันซะทีนะ พรุ่งนี้ เราค่อยมาคุยกันว่า จะเริ่มต้นจากอะไรยังไงกันดี

เนื้อหาแนะนำ